เช็คก่อนเสื่อม คุณเสี่ยงเป็น 7 โรคตานี้หรือไม่
ศูนย์ : ศูนย์จักษุ
บทความโดย : พญ. วิภาวี วงษ์ไชยคณากร
เมื่อมีอายุมากขึ้น อวัยวะต่างๆ ในร่างกายจะเกิดการเสื่อมตาม รวมทั้งดวงตาก็เช่นกัน ซึ่งยิ่งอายุมากจะพบความเสื่อมและโรคตาได้มากขึ้นตามวัย ดังนั้นควรตรวจสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป การคัดกรองดวงตาไม่เพียงช่วยให้ค้นพบความผิดปกติของดวงตาในระยะเริ่มแรก แต่ยังช่วยให้ค้นพบโรคเกี่ยวกับดวงตาในขณะที่ยังไม่แสดงอาการ และทำการรักษาได้ทันท่วงทีก่อนที่อาการจะรุนแรง ป้องกันการสูญเสียดวงตาได้อย่างถาวร
สารบัญ
โรคตาและความผิดปกติทางตาที่เกิดขึ้นบ่อย
โรคตาและความผิดปกติทางตา แม้จะเกิดจากหลายสาเหตุ และมีอาการที่แตกต่างกัน แต่สาเหตุส่วนใหญ่ของโรคตาเกิดจากความเสื่อม เนื่องจากอายุที่มากขึ้น ทำให้การมองเห็นลดลง และนี่คือ 7 โรคตาที่ไม่ควรมองข้าม เพราะบางโรคหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาก็อาจร้ายแรงถึงขั้นตาบอดได้
-
โรคต้อกระจก (Cataract)
เกิดจากเลนส์แก้วตาขุ่น ทำให้แสงผ่านเข้าตาน้อย ปัจจัยเสี่ยงคือ อายุที่มากขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงร่วมอื่นๆ ได้แก่ การได้รับแสง UV บ่อยๆ หรือแสงแดดจ้ามากๆ การสูบบุหรี่ การใช้ยาสเตียรอยด์ รวมถึงโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ทำให้เป็นต้อกระจกเร็วขึ้น ผู้สูงวัยในอายุ 50 ปีขึ้นไปควรระวัง
อาการของโรคต้อกระจก ผู้ที่เป็นจะมีการมองเห็นภาพซ้อน มัว ตาสู้แสงไม่ได้ มีฝ้าขาวบริเวณกลางรูม่านตาในผู้ที่ต้อกระจกสุกเต็มที่ และจะบังลูกตาจนสูญเสียการมองเห็นได้
-
โรคต้อหิน (Glaucoma)
เกิดจากความดันลูกตาที่สูงขึ้นจนทำลายประสาทตา ผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวเป็นต้อหินก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ เชื้อชาติ อายุ การใช้ยาสเตียรอยด์ ภาวะสายตาสั้นมากๆ โรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวาน
อาการของต้อหินในช่วงแรกไม่แสดงอาการจนเริ่มสูญเสียลานสายตา คือ การมองเห็นจำกัดวงแคบลง แต่ในต้อหินบางประเภท เช่น ต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน จะมีอาการปวดตามาก หากมีอาการเห็นแสงรุ้งรอบดวงไฟ มัวลงมาก และตาแดง ซึ่งเป็นอาการเร่งด่วนที่ต้องรีบมาพบแพทย์ โรคต้อหินพบได้น้อยกว่าต้อกระจก แต่เป็นภัยเงียบที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้โดยไม่รู้ตัว
-
โรคต้อลม (Pinguecula)
เกิดจากความเสื่อมของเยื่อบุตาขาว ที่พบได้บ่อยเป็นก้อนขนาดเล็ก นูน พบที่หัวตามากกว่าหางตา สาเหตุมาจากการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตที่อยู่ในแสงแดด การสัมผัสลม ฝุ่น ควัน ความร้อนที่ทำให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุตาขาว
อาการแสดงนั้น กรณีที่ต้อลมมีขนาดใหญ่หรืออักเสบจะมีอาการเคืองตา แสบตา น้ำตาไหล จะเป็นมากขึ้นเมื่ออยู่กลางแดด หรือโดนลม
-
โรคต้อเนื้อ (Pterygium)
เป็นความเสื่อมสภาพของเยื่อบุตา ทำให้มีเนื้อเยื่อผิดปกติเป็นเยื่อสีแดงยื่นเข้าไปในตาดำเป็นรูปสามเหลี่ยม ค่อยๆ ลุกลาม ถ้าเป็นมากใกล้หรือบังปิดรูม่านตา การมองเห็นจะผิดปกติ มีสายตาเอียงมากขึ้นหรือตามัวลงมาก
อาการส่วนใหญ่จะมีตาแดง ระคายเคือง คันตา เห็นภาพไม่ชัด เพราะต้อเนื้อจะค่อยๆ ลุกลามเข้าตาดำจนค่อยๆ ปิดรูม่านตา ซึ่งจะปิดบังการมองเห็นทำให้ตามัว หรือทำให้เกิดสายตาเอียง
-
วุ้นตาเสื่อม (Vitreous Degeneration)
เกิดจากวุ้นตาที่มีลักษณะเป็นเจลหนืดใสเหมือนวุ้นที่อยู่บริเวณส่วนหลังของลูกตาติดกับจอประสาทตาเสื่อมลง เกิดการเปลี่ยนสภาพ บางส่วนกลายเป็นของเหลวบางส่วนจับเป็นก้อนหรือเป็นเส้นเหมือนหยากไย่ และอาจจะหดตัวลอกออกจากผิวจอประสาทตา สาเหตุมักเกิดจากความเสื่อมตามวัย พบมากในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป และกลุ่มสายตาสั้น แต่ปัจจุบันพบได้ในผู้ที่มีอายุน้อย
อาการแสดงนั้น จะมองเห็นเป็นเงาดำ จุดเล็กๆ หรือเส้นหยากไย่ลอยไปมาได้ตามการกลอกตา หรือมีแสงวาบคล้ายฟ้าแลบ หรือแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูป หากปล่อยทิ้งไว้ไม่เข้ารับการรักษา อาจส่งผลให้จอประสาทตาฉีกขาด หลุดลอก และสูญเสียการมองเห็นถาวรได้
-
โรคจอประสาทตาเสื่อม
โรคจอประสาทตาเสื่อม หรือ เอเอ็มดี (Age-related macular degeneration: AMD) คือ ภาวะที่จอตาส่วนกลางเสื่อมสภาพลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น โดยมักเกิดกับคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่น่ากังวลก็คือโรคนี้มักไม่แสดงอาการในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้นานโรคลุกลามไป อาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นส่วนกลางได้
อาการที่สังเกตได้ คือ การสูญเสียการมองเห็นฉับพลัน หรือเห็นเงาดำตรงกลางภาพ มองเห็นภาพบิดเบี้ยว มองเห็นภาพไม่ชัด หรือเลือนราง จอประสาทตาเสื่อมเป็นโรคที่ควรรีบทำการรักษาโดยเร็วเพื่อช่วยควบคุมไม่ให้การมองเห็นแย่ลงจนรบกวนคุณภาพชีวิต การตรวจคัดกรองและรักษาดูแลดวงตา เลี่ยงแสงแดดจ้า เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมที่อาจเกิดขึ้นได้
-
ภาวะเบาหวานขึ้นตา
เบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) หรือ เบาหวานขึ้นจอตา เป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ทำให้เส้นเลือดที่เรตินาหรือจอตาได้รับความเสียหายและเลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ตามปกติ ส่งผลให้ชั้นจอประสาทในลูกตาเกิดความเสื่อม
อาการของโรคเบาหวานขึ้นตาโดยทั่วไปในระยะแรกผู้ป่วยมักจะไม่แสดงอาการ โดยผู้ป่วยที่เบาหวานขึ้นตาหากยังไม่เป็นรุนแรงการมองเห็นของผู้ป่วยจะยังคงปกติดีอยู่ ถ้าหากตามัวมองไม่ชัดแสดงว่าอาจเป็นมากแล้วซึ่งทำให้รักษาได้ยากขึ้นและผลการรักษาไม่ดี โดยอาการผิดปกติดังกล่าว ได้แก่ มองเห็นจุดหรือเส้นสีดำคล้ายหยากไย่ลอยไปมา มองเห็นภาพบิดเบี้ยว ตามัว การมองเห็นแย่ลง สายตาไม่คงที่ แยกแยะสีได้ยากขึ้น และภาพที่มองเห็นมืดเป็นแถบๆ หากปล่อยไว้ไม่เข้ารับการรักษาอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดได้ในที่สุด
สัญญาณอันตรายทางตา ที่ต้องรีบไปพบจักษุแพทย์
- ปวดตาเฉียบพลัน ร่วมกับมี ตาแดง ตามัว ปวดศีรษะ และคลื่นไส้ อาเจียน
- ตามัวลงโดยเฉียบพลัน
- ตามัวบางส่วนเหมือนมีม่านมาบัง
- เห็นจุดดําหรือหยากไย่ ลอยไปลอยมา
- เห็นแสงฟ้าแลบ หรือแสงแฟลชในตา ก่อนทีจะมีอาการตามัว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสุขภาพตา (FAQs)
1:ทำไมผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปจึงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง?
ตอบ: เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ดวงตาจะเกิดความเสื่อมตามวัยและเสี่ยงต่อการเป็นโรคตามากขึ้นครับ การตรวจคัดกรองดวงตาเป็นประจำทุกปีจะช่วยให้แพทย์ค้นพบความผิดปกติหรือโรคเกี่ยวกับดวงตาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกในขณะที่ยังไม่แสดงอาการ ทำให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่อาการจะลุกลามรุนแรง และช่วยป้องกันการสูญเสียดวงตาได้อย่างถาวร
2:อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเสี่ยงเป็นโรคต้อกระจก หรือภาวะวุ้นตาเสื่อม?
ตอบ: สัญญาณเตือนของทั้ง 2 โรคมีความแตกต่างกัน คือ ต้อกระจก จะมีอาการมองเห็นภาพมัว ภาพซ้อน ตาสู้แสงจ้าไม่ได้ แต่กลับมองเห็นได้ดีในที่มืดสลัว หากปล่อยไว้จนต้อสุกเต็มที่จะเห็นฝ้าขาวบริเวณกลางรูม่านตาและบังการมองเห็นได้ สำหรับวุ้นตาเสื่อม จะเริ่มมองเห็นเป็นเงาดำ จุดเล็ก ๆ หรือเส้นหยากไย่ลอยไปมาตามการกลอกตา หรือบางรายอาจมีอาการเห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบหรือแสงแฟลชในตา ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาอาจเสี่ยงต่อภาวะจอประสาทตาฉีกขาดและหลุดลอกได้
3:สัญญาณอันตรายทางตาแบบใดที่ถือเป็นภาวะเร่งด่วนและต้องรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที?
ตอบ: หากคุณมีอาการผิดปกติทางตาข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบจักษุแพทย์โดยเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยของดวงตา มีอาการตามัวลงอย่างเฉียบพลัน หรือตามัวบางส่วนเหมือนมีม่านมาบดบัง ปวดตาอย่างเฉียบพลัน ร่วมกับมีอาการตาแดง ตามัว ปวดศีรษะ หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย มองเห็นจุดดำหรือหยากไย่ลอยไปมา หรือเห็นแสงฟ้าแลบคล้ายแฟลชในตาก่อนที่จะมีอาการตามัว
ความผิดปกติทางตาหรือโรคที่เกี่ยวกับดวงตาสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกช่วยวัย การเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคตาช่วยให้ทำการดูแลรักษาได้ทันท่วงทีและป้องกันการสูญเสียดวงตา โดยเฉพาะผู้สูงอายุแนะนำให้ตรวจคัดกรองโรคตาเป็นประจำทุกปีเพื่อดูว่ามีภาวะต้อกระจก ต้อหิน หรือความผิดปกติอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับดวงตาได้ โดยศูนย์จักษุ โรงพยาบาลนครธน พร้อมให้บริการตรวจและรักษาดวงตาและการมองเห็น ตั้งแต่โรคทั่วไปจนถึงการรักษาโรคเฉพาะทาง โดยมีทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางในด้านต่าง ๆ พร้อมด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน ดูแลสุขภาพดวงตาของคุณได้อย่างครอบคลุม
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์จักษุ
